TKP HEADLINE

วัฒนธรรม (โอโต๊ะจ๊ะ)การทำผ้าลายขี้ผึ้ง

ชาวหมู่บ้านซัวตั๋ว หมู่ที่ 12 ตำบลมหาวัน อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ซึ่งเป็นหมู่บ้านชาวม้ง อยู่ในเขตการบริหารขององค์การบริหารส่วนตำบลมหาวัน มีจำนวนประชากรประมาณ 1,503 คน ส่วนใหญ่นับถือผีบรรพบุรุษและศาสนาพุทธ

ชาวหมู่บ้านซัวตั๋ว ส่วนใหญ่จะใช้ผ้าไหมดิบที่ผลิตเองมาปักเป็นลวดลายต่าง ๆ ซึ่งลวดลายเหล่านี้ คิดค้นออกแบบของลวดลายเอง จะมีความประณีตในการคิดลวดลาย และการปักลวดลายต่าง ๆ ซึ่งจะเห็น ได้จากกระโปรงของชาวหมู่บ้านซัวตั๋ว ใส่กันที่ทำจากผ้าบาติกกับผ้าปัก และเมื่อมีการปักลายเรียบร้อยแล้ว จะนำมาแปลรูปเป็นเสื้อผ้าที่จะส่วมใส่ในเทศกาลปีใหม่ หรือในวันสำคัญต่าง ๆ และสามารถที่จะประดิษฐ์เป็นเครื่องใช้อย่างอื่นได้ เช่น ถุงย่าม กระเป๋าสะพาย กระเป๋าเป้ กระเป๋าใส่สตางค์ ถุงใส่โทรศัพท์มือถือ เครื่องใช้อื่น ๆ เป็นต้น ซึ่งผ้าปักจะมีลวดลายที่แตกต่างกันไป อ่านเพิ่มเติม

















































ครูวิญญู แพทย์แผนไทย

ครูวิญญู ไทยอู่ เป็นผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญด้านการแพทย์แผนไทย ได้พัฒนาความรู้ความเข้าใจในการใช้สมุนไพรและยาบรรจุเสร็จ ให้แก่ชุมชนและเด็กนักเรียนบ้านแม่โกนเกนได้ศึกษาเรียนรู้ พัฒนาการใช้สื่อการเรียนการสอน จัดทำหลักสูตรสถานศึกษารายวิชา ช ๐๒๑๓๖ เภสัชวัตถุ เป็นตำราการเรียนรู้เรื่องสมุนไพรและยาอย่างเป็นระบบ จนนักเรียนและชุมชนมีความรู้และมีทักษะในการใช้สมุนไพรอย่างถูกต้อง มีความรู้ความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับสมุนไพรและตำรับยาแผนโบราณ โดยเฉพาะการใช้สมุนไพรใกล้ตัวที่มีในท้องถิ่น อ่านเพิ่มเติม




ถ้ำสีฟ้า มหัศจรรย์ธรรมชาติ

ถ้ำสีฟ้า    

ตำบลมหาวัน อำเภอแม่สอด


ถ้าพูดถึง ที่เที่ยวธรรมชาติ ใน ตำบลมหาวันที่มาแรงมากๆ ในตอนนี้ คงจะไม่พูดถึงที่นี่ไม่ได้ เพราะเป็น Unseen ที่ต้องไป เห็นด้วยตาตัวเองจริงๆ เหมือนธรรมชาติได้สรรสร้างสิ่งที่สวยงามสุดๆ มาให้เราแล้วจริงๆ กับ ถ้ำสวย ที่มีชื่อว่า ถ้ำสีฟ้า และถ้ำนี้มีสีฟ้า ถ้าอยากรู้ว่าจะเป็นยังไงนั้น ก็อย่ารอช้าค่ะ มาดูเลย



ถ้ำสีฟ้า ตั้งอยู่ภายใน สำนักสงฆ์พุทธคยาถ้ำสีฟ้า ตำบลมหาวัน อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก มีลักษณะเป็นถ้ำหินขนาดกว้างใหญ่ แต่ความไม่ธรรมดาคือ เป็น ถ้ำที่มีหินสีฟ้า และเนื้อหินยังมีลวดลายสวยงามมากๆ อีกด้วย ภายในถ้ำก็จะเต็มไปด้วยหินงอกหินย้อยอลังการงานสร้างอ่านต่อ

                                                            




ผู้เรียบเรียง : นางสาวณิชานันท์ วนามหาลาภ
ตำแหน่ง : ครู กศน.ตำบลมหาวัน
ที่อยู่ กศน.ตำบล :  หมู่ 1 ต.มหาวัน  อ.แม่สอด จ.ตาก 63110 
โทรศัพท์ :  098-4841975
Face book :Nichanun Wanamahalap
E-mail : sudee.nichanun@gmail.com


ศูนย์ผลิตสินคาเกษตร บ้านเจดีโคะ

ศูนย์เรียนรูการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินคาเกษตร ตำบลมหาวัน ตั้งอยู่ หมู่ที่ 6 บ้านเจดีโคะ ตำบลมหาวัน อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก โดยมีคุณนายเชษฐา แกวทันคํา อายุ 56 ปี เป็นเกษตรกรต้นแบบมีภารกิจที่สำคัญคือ เป็นศูนย์กลาง การจัดการเรียนรู้ รวบรวม ขยายผล เชื่อมโยง สร้างเครือข่ายและเผยแพร่ องค์ความรู้เกี่ยวกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ เพื่อให้เกิดการพัฒนาสังคมและชุมชนอย่างต่อเนื่องมีความเข้มแข็งและยั่งยืน โดยบูรณาการการทำงานและประสานความร่วมมือกับภาคี อ่านเพิ่มเติม





การปลูกอะโวคาโด

ถ้าพูดถึง อาชีพในอาชีพในท้องถิ่นที่เด่นสุด ตำบลมหาวันที่มาแรงมากๆ ในตอนนี้ ก็คงจะเป็นการปลูกอะโวคาโด ซึ่งพื้นที่ปลูกตั้งอยู่ในหมู่บ้านเจดีโคะ หมู่ 6 ตำบลมหาวัน อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก

การปลูกอะโวคาโด น่าจะได้ผลตอบแทนที่ดี มีรายได้เพิ่มขึ้น ซึ่งมีการลงทุนที่สูงครั้งเดียว สามารถให้ผลตอบแทนในระยะยาว ตลาดยังมีความต้องการจำนวนมาก ขั้นตอนหลังการเก็บเกี่ยวไม่ยุ่งยาก ประหยัดแรงงานในการเก็บเกี่ยว ดูแลรักษาง่าย สามารถปลูกพืชล้มลุกที่สร้างรายได้แซมได้ในระยะแรก ทดแทนการปลูกพืชเชิงเดี่ยว ลดการใช้สารเคมี นอกจากนั้นในระยะที่อะโวคาโดยังไม่ให้ผลผลิต สามารถปลูกพืชอายุสั้นให้ผลตอบแทนเร็วในระหว่างต้นของแถวอะโวคาโดได้ นางศรีพันธ์ โปหา เกษครกรตำบลมหาวัน เป็นหนึ่งเกษตรกรต้นแบบ ที่ปรับเปลี่ยนการปลูกพืชเมืองหนาว หันมาปลูกอะโวคาโดแทน อ่านเพิ่มเติม




ประเพณี ลาขุกี้จือ

ประชาชนชาว (ปกาเกอะญอ) กะเหรี่ยง เป็นชนชาติเก่าแก่เผ่าพันธุ์หนึ่ง พี่น้องชาวกะเหรี่ยงมาจากประเทศมองโกเลียในปัจจุบัน แล้วอพยพเข้ามาอยู่ในประเทศจีน ใกล้กับแม่น้ำยางซีหรือแยงซีเกียง หรือชาวกะเหรี่ยงเรียกว่า กละวีโต้โกล ใกล้กับทะเลทรายโกบี เป็นเวลาหลายร้อยปี พี่น้องชาวกะเหรี่ยงที่อยู่ตรงนั้นพื้นที่จะเป็นทะเลทราย เมื่อมาอยู่รวมกันเป็นจำนวนมากเป็นหมู่บ้านใหญ่ มีอยู่ครั้งหนึ่ง พี่น้องชาวกะเหรี่ยงที่อยู่ในหมู่บ้านนั้น ถูกพายุใต้ฝุ่นทำให้บ้านเรือนพังพินาศ พี่น้องชาวกะเหรี่ยงทั้งเด็กและผู้ใหญ่ล้มตายกันเป็นจำนวนมาก พี่น้องชาวกะเหรี่ยงกลัวภัยกันมาก ผู้นำหมู่บ้านเรียกประชุมลูกล้านบอกว่า เราอยู่ตรงนี้ไม่ได้อีกแล้ว เราจะต้องย้ายที่อยู่ใหม่ เพราะว่าตรงนี้เป็นพื้นที่ ๆ ไมสมบูรณ์ เพราะอยู่มานาน จึงอพยพเข้าไปในป่าทิเบตและจีน (ทัพชัย รักสถานกำเนิด. ๒๕๕๓) เมื่อสร้างบ้านเรียนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผู้นำหมู่บ้านเรียกประชุมปรึกษาหารือกัน เรียกนัดหมายจะผูกข้อมือให้แก่เด็กและเยาวชนทั้งหลายของหมู่บ้าน การผูกข้อมือครั้งนี้ เรียกว่า ผูกข้อมือเรียกขวัญ ตอนที่ถูกพายุใต้ฝุ่นถล่มตายเป็นจำนวนมาก อยู่ในป่าระหว่างจีนและทิเบตหลายร้อยปี และเริ่มมีประชากรมากขึ้น ที่ทำกินและป่าก็เริ่มหมด พื้นที่ขาดความอุดมสมบูรณ์ ช่วงนั้นเป็นช่วงที่รัฐบาลจีนทำการเกณฑ์ทหาร จึงทำให้ชาวกะเหรี่ยงทั้งหลายต้องหลบหนีการเกณฑ์ทหารจากรัฐบาลจีน เพราะว่าชาวกะเหรี่ยงเป็นชนชาติที่รักความสงบ ไม่ต้องการสู้รบกับใคร อ่านเพิ่มเติม



ผ้าทอกะเหรี่ยง อุ้มผาง

ชาวกะเหรี่ยงขาวมีความเชื่อแต่โบราณว่าลายของผ้าทอกะเหรี่ยงนั้น ได้มาจากลายหนังงูใหญ่ซึ่งเป็นคู่รักในอดีตของหญิงสาวชาวกะเหรี่ยงโดยที่งูตัวนั้นจะเปลี่ยนลายทุกวัน และหญิงสาวก็ทอผ้าตามลายที่ปรากฏจนครบ 7 วัน ทอได้ 7 ลาย คือ ลายโยห่อกือ เกอเปเผลอ ฉุ่ยข่อล่อ ที่ข่า เกอแนเดอ เซอกอพอ และแชะฉ่าแอะ แต่ลายที่นิยมนำมาทอและปัก มี 4 ลายคือ โยห่อกือ เกอเปเผลอ ฉุ่ยข่อลอ และลายทีข่า ปัจจุบันยังมีการคิดค้นลายใหม่ ๆ เกิดขึ้นอีกมากมาย

ชาวปากอเญอ มีพื้นฐานการทอผ้ามาตั้งแต่บรรพบุรุษ เป็นการผลิตไว้ใช้ในครัวเรือน ที่เหลือจึงนำมาจำหน่ายเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัว ลักษณะลายผ้าที่ผลิตกันจะเป็นไปในลักษณะต่างคนต่างทำ ลายผ้าเป็นไปตามความอำเภอใจของผู้ทอ ไม่มีเอกลักษณ์ มาตรฐานการผลิตที่แตกต่างกัน จึงมีการรวมกลุ่มกันขึ้น อ่านเพิ่มเติม



โบสถ์ไม้สักทอง...วัดหนองหลวง

อีกหนึ่งไฮไลท์ของ อ.อุ้มผาง กับความสวยงามของ โบสถ์ไม้สักทอง ทั้งหลัง ที่วัดหนองหลวง ที่หาที่ไหนได้ยากแล้ว

วัดหนองหลวง ตั้งอยู่ที่บ้านหนองหลวง หมู่ที่ 1 ตำบลหนองหลวง อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก เป็นวัดที่ชนชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงได้ร่วมแรงร่วมใจสร้างวัดนี้ขึ้นมาเดิมเรียกว่า "วัดนุผาโด้" แปลว่า หนองใหญ่ พื้นที่ตั้งวัดมีลักษณะเป็นเนินเขาเชิงราดสูง วัดนี้สร้างขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2477ตั้งมาพร้อมกับหมู่บ้านหนองหลวง ซึ่งเป็นหมู่บ้านของชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง ต่อมาเมื่อมีคนไทยจากจังหวัดลำพูน - แพร่ - ตาก ได้อพยพมาตั้งถิ่นฐานมากขึ้น ทำให้ชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงซึ่งเป็นเผ่าที่ไม่ชอบสุงสิงกันใคร จึงได้ย้ายไปที่อื่น อ่านเพิ่มเติม



วิถีชีวิตชาวปกาเกอะญอ บ้านเดลอคี

ลึกเข้าไปกลางหุบเขาห่างจากตัวตำบลอุ้มผางค่อนไปทางทิศตะวันตก ราว 20 กิโลเมตร ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง มีหมู่บ้านเดลอคี หมู่ที่ 3 ตำบลหนองหลวง อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ที่เป็นชุมชนขนาดเล็กของ ชาวปกาเกอะญอ ที่ใช้ชีวิตตามวิถีดั้งเดิมแนบอิงธรรมชาติ ผสมผสานกับแนวความเชื่อโบราณที่ปลูกฝังให้รักษาป่าไม้และแหล่งต้นน้ำธรรมชาติอาศัยอยู่อย่างเรียบง่าย

ปกาเกอะญอ ในภาษาไทยแปลว่า ‘คน’ เป็นชนเผ่าดั้งเดิมที่อยู่กระจัดกระจายตามบริเวณชายแดน ไทย-เมียนมา มานานกว่า 200 ปี ชาวบ้านเดลอคีเป็นหมู่บ้านปกาเกอะญอ ที่ดำเนินวิถีชีวิตดั้งเดิมตามบรรพบุรุษและสืบทอดประเพณีวิถีชีวิตที่เรียบง่าโดยเป็นหมู่บ้านที่ไม่มีไฟฟ้าหรือสัญญาณโทรศัพท์ใช้ทั้งที่อยู่ห่างจากตัวอำเภอ เพียงแค่ 20 กิโลเมตร อ่านเพิ่มเติม



กลุ่มสมุนไพร 7 พลัง บ้านหนองหลวง

ประวัติความเป็นมาเริ่มก่อตั้งจากความต้องการที่จะสืบสานภูมิปัญญาของ นายอินสวน มนตรา ซึ่งมีความรู้ด้านสมุนไพร เดิมนั้นทำกันภายในครอบครัว ต่อมาในปี 2546 นางมาลัย กันธิมา ซึ่งเป็นบุตรผู้รับสืบทอดภูมิปัญญามาจาก “พ่อ” สู่ “ลูก” ได้เล็งเห็นคุณค่าของสมุนไพรที่จะสามารถใช้ประโยชน์ต่อวิถีชีวิตและสามารถสร้างรายได้ให้กับคนในหมู่บ้านได้ จึงได้รวมกลุ่มสมาชิกที่สนใจเข้ามาเรียนรู้และแปรรูปสมุนไพรในรูปแบบของ “กลุ่ม” โดยรวมกันจัดตั้งเป็นกลุ่มสมุนไพร 7 พลัง แหล่งเรียนรู้ กลุ่มสมุนไพร ๗ พลัง ตั้งอยู่บ้านเลขที่ ๒๒๖ ตำบล หนองหลวง อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ห่างจากตัวอำเภออุ้มผาง ๑๖ ก.ม. เป็นสถานที่เกี่ยวกับการแปรรูปสมุนไพรพื้นบ้านที่หามาจากป่าใกล้บ้าน เพื่อเป็นรายได้เสริมให้กับชาวบ้านหลังจากอาชีพหลัก ทางครู กศน.ตำบลหนองหลวงและครูนิเทศได้พานักศึกษาจำนวนหนึ่งเข้าไปศึกษาดูงานเพื่อศึกษากระบวนการผลิตสมุนไพรและจะได้รู้จักกับตัวสมุนไพรเพื่อที่จะหาอาชีพเสริมให้นักศึกษาต่อไป อ่านเพิ่มเติม



การทอผ้ากะเหรี่ยงด้วยกี่เอว

ชนเผ่ากะเหรี่ยง เป็นชนเผ่าที่ยังคงเอกลักษณ์ด้านวัฒนธรรม ประเพณี พิธีกรรมทางศาสนาและการแต่งกาย และมีความพยายามใน การที่จะสืบสาน อนุรักษ์ศิลปะการทอผ้าพื้นบ้านกะเหรี่ยงแบบดั้งเดิม ที่นอกจากให้คงอยู่ในกลุ่มชนสืบไปแล้ว ก็ยังพยายามที่จะทำให้ชุมชนหมู่บ้านเป็นแหล่งการเรียนรู้ศิลปะการทอผ้ากะเหรี่ยงด้วยกี่เอว ภูมิปัญญาท้องถิ่นช่างทอผ้าพื้นบ้านกะเหรี่ยง เพื่อการศึกษาและเรียนรู้ อ่านเพิ่มเติม




ประเพณีก๋วยสลาก

ชุมชมบ้านแม่ละเมาสามัคคี หมู่ที่ 1 บ้านพะวอ ตำบลพะวอ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ชาวบ้านมักจะชอบทำบุญและมีประเพณีและวัฒนธรรมของหมู่บ้านคือ ประเพณีตานก๋วยสลากหรือสลากภัตนี้เป็นประเพณีที่ชาวบ้านทางภาคเหนือ ที่ แสดงความระลึกถึงบรรพบุรุษญาติมิตรผู้ล่วงลับไปแล้วด้วยการทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ผ่านสิ่งที่เรียกว่า “ก๋วยสลาก”

ซึ่งจะสานจากไม้ไผ่เป็นรูปทรงกระบอก (ชะลอม) ข้างในกรุด้านข้างด้วยใบตอง สำหรับบรรจุข้าวสาร อาหารแห้ง ผลหมากรากไม้ ของใช้จำเป็น ดอกไม้ธูปเทียน ตกแต่งให้สวยงาม โดยชาวบ้านจะนำก๋วยสลากของแต่ละคนไปรวมกันที่วัดเพื่อทำพิธีทางศาสนา ชาวชุมชมบ้านแม่ละเมาสามัคคี ส่วนใหญ่จะเป็นชาวเหนือ คนลำปาง คนลำพูน คนเชียงใหม่และพม่ามาอาศัยอยู่ในพื้นที่อำเภอแม่สอด มักจะมีกิจกรรมและประเพณีจะจัดงานตานก๋วยสลากในช่วงที่ทำนาเสร็จแล้ว เป็นช่วงที่ได้หยุดพักผ่อนกัน พืชพันธ์ผลไม้ต่างๆ ก็ออกลูกออกผล พระสงฆ์เองก็ยังอยู่ในช่วงเข้าพรรษา ประจวบกับในช่วงเวลานั้น ชาวบ้านที่ขัดสน ข้าวที่เก็บเกี่ยวเอาไว้ในยุ้งฉางก็เริ่มลดน้อยลง จึงมีการจัดงานตานก๋วยสลากจึงเป็นการฝึกตนให้รู้จักการให้ทาน เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ สังเคราะห์คนยากคนจนและเป็นการแจกจ่ายอาหารให้ชาวบ้านในพื้นที่ อ่านเพิ่มเติม





ศิลปะการแสดงดนตรีสะล้อซอซึงพื้นบ้าน

ศิลปะการแสดงดนตรีสะล้อซอซึงพื้นบ้าน เกิดจากการรวบรวมการเล่นดนตรีของผู้สูงอายุเมื่อ พ.ศ. 2550 มาเป็นระยะเวลากว่า 10 ปี ภายในหมู่บ้านบ้างคนเล่นเครื่องดนตรีพื้นบ้านหรือเครื่องดนตรีไทยเป็น เครื่องดนตรีอาทิเช่น ซึง ขลุ่ย จะเข้ กลอง ซอ ฯลฯ เมื่อเกิดการรวมตัวของกลุ่มผู้สูงอายุจึงเกิดการรวมตัวของศิลปะการแสดงดนตรีสะลอซอซึงขึ้น โดยคนรุ่นลูกรุ่นหลานเห็นถึงความสำคัญของการรวบรวมภูมิปัญญาให้คงอยู่จึงเป็นผู้ประสานงานและรวมให้ผู้สูงอายุนำมาเผยแพร่และสืบสานศิลปะการแสดงสะล้อซอซึง เมื่อหน่วยงานต่างๆเห็นคุณค่าของศิลปะการแสดงดังกล่าว เช่นหน่วยงานองค์การบริหารส่วนตำบลพะวอ สาธารณสุขตำบล พะวอ และโรงเรียนบ้านด่านแม่ละเมา ส่งเสริมและสนับสนุนให้เผยแพร่ประเพณีวัฒนธรรมในตำบลพะวอและตำบลใกล้เคียงรวมถึงต่างจังหวัดด้วยการประกวดการแข่งขันงานประเพณี วัฒนธรรมทุกปี ตรงกับวันที่รดน้ำดำหัวผู้สูงอายุซึ่งเมื่อมีผู้พบเห็นจึงเกิดความชื่นชมเป็นอย่างมาก อ่านเพิ่มเติม




หลีกหนีความวุ่นวาย ไปผ่อนคลายลำห้วยแม่ละเมา

เที่ยวที่ไหนไม่สุขใจเท่าบ้านเรา” สถานที่ท่องเที่ยวต้องไปไม่ไกลจากตัวเมืองแม่สอดที่น่าสนใจมีให้เลือกมากมาย ทั้ง ภูเขา น้ำตก วัดวาอาราม ร้านกาแฟ อาหารอร่อย ราคาประหยัด นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม ในพื้นที่ตำบลพะวอรอให้คุณมาสัมผัส

สถานที่ท่องเที่ยวที่ทางธรรมชาติมีลำห้วยธรรมชาติ หมู่ที่ 7 บ้านห้วยไคร่เป็นชุมชนเล็กๆ ในอ้อมกอดแห่งขุนเขาและป่าไม้ ตั้งอยู่ในเขตตำบลพะวอ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เป็นชุมชนที่มีการอาศัยของคนไทยและชนเผ่า ผู้อพยพที่เข้ามาอาศัยในพื้นที่ บ้านห้วยไคร่ที่ยังคงมีความเป็นพื้นบ้าน อากาศบริสุทธิ์ และเงียบสงบมาก ชาวบ้านที่นี่ค่อนข้างให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาป่าไม้ ส่งผลทำให้มีป่าไม้ที่อุดมไปด้วย ปลา ผักป่า และสมุนไพรนานาชนิด ภายในชุมชนสามารถพึ่งตัวเองได้จากทรัพยากรที่มีอยู่ มีลำน้ำสายเล็ก ๆ ชื่อว่า แม่น้ำคอง ไหลผ่านทั่วหมู่บ้าน หากมาเที่ยวในช่วงฤดูทำนาก็จะได้พบกับความเขียวขจีของต้นไม้ป่าตลอดสองข้างถนน ลำห้วยแม่ละเมาเป็นแหล่งน้ำที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติซึ่งเป็นสายน้ำที่หล่อเลี้ยงชีวิตของคนในชุมชนตั้งแต่สมัยก่อนจนถึงปัจจุบัน อ่านเพิ่มเติม




วัดเชตะวันคีรี ดินแดนที่เคยเป็นสถานที่ตั้งค่ายพม่าแหล่งเรียนรู้อารยธรรม

เล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ของบ้านแม่ละเมาจากเรื่องเล่าที่เล่าต่อๆกันมาของชาวบ้านตั้งแต่บรรพบุรุษสืบต่อกันมาจนรุ่นลูกหลานของชาวบ้านตำบลพะวอ บริเวณแถวนี้รวมทั้งพื้นที่ในเขตอำเภอแม่สอดเป็นเส้นทางที่พม่าใช้เดินทัพข้ามมาจากเมืองเมียวดีของพม่า นอกจากนี้ยังเคยเป็นสถานที่ตั้งค่ายใหญ่ของพม่าทีมีทหารจำนวนหลายแสนคน ซึ่งขณะนั้นจังหวัดตากเป็นหัวเมืองที่อยู่ตอนเหนือสุดของอาณาจักรกรุงศรีอยุธยา ทิศตะวันตกอยู่ติดกับพม่า ทิศเหนือติดกับอาณาจักรล้านนา และเป็นส้นทางเดินทัพของพม่าในคราวที่กรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่าเมื่อปี พ.ศ.2112 โดยมีพระเจ้าบุเรงนองกษัตริย์พม่าเป็นแม่ทัพในการทำศึกในครั้งนั้น ซึ่งเป็นยุคที่รุ่งเรืองขีดสุดของพม่า และเป็นประเทศที่มีอารยะธรรมเก่าแก่มายาวนาน และมีมาก่อนที่อาณาจักรไทยจะเริ่มก่อตัวขึ้นในสมัยกรุงสุโขทัยในบริเวณของวัดจึงมีของโบราณวัตถุและสถาปัตยกรรมที่คงเหลือแสดงให้เห็นจนถึงปัจจุบัน อ่านเพิ่มเติม




ผ้าทอบ้านปู้แป้

ผ้าทอบ้านปูแป้ ชุมชมบ้านแม่ละเมาสามัคคี ตำบลพะวอ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก

จากการสัมภาษณ์นางสาวปัจภรณ์ จิรัฐฐิติกุล ผู้เพยแพร่การผ้าทอกะเหรี่ยง บ้านปูแป้ได้มีการสืบสานและต่อยอดการทำผ้าทอกะเหรี่ยงให้มีความทันสมัยและเป็นสิ่งหนึ่งที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์ คุณค่าความเป็นมากระบวนการต่างๆและถูกหลอมรวมจนกลายเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของประเทศผ้าทอกะเหรี่ยงนับเป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของอีกกลุ่มชาติพันธุ์ที่เป็นประชากรของไทย ซึ่งสามารถสะท้อนถึงขนบธรรมเนียมประเพณี ศิลปวัฒนธรรม ทัศนคติ ค่านิยม และวิถีปฏิบัติที่สืบทอดต่อกันมาจนกลายเป็นเอกลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์และเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สําคัญ อ่านเพิ่มเติม




กี้จือลาขุ (มัดมือ)

ประเพณีผูกข้อมือชาวกะเหรี่ยง "กี้จือลาขุ" จะกระทำหลังจากฤดูปลุกข้าวเสร็จ กี้จือนิซอลาขุ หรือ กี้จือฮี้วอลาขุ เป็นพิธีกรรมเรียกขวัญของชาวเขาเผากะเหรี่ยง มักทำกันในช่วงเดือนสิงหาคมของทุกปี หรือชาวกะเหรี่ยงเรียกว่าเดือนลาขุ ประมาณกลางเดือน ทั้งนี้ชาวกะเหรี่ยงมีความเชื่อว่าขวัญมีอยู่กับคนทุกคน และอาจมีการท่องเที่ยวหรือหลงทางไปได้ เมื่อขวัญหายไปจะทำให้เกิดการเจ็บป่าย ฉะนั้นจึงมีพิธีเรียกขวัญให้กับคนในครอบครัวหลังจากต่างคนต่างเหน็ดเหนือยมาจากการทำงานในรอบปี และได้รับความเจ็บป่าย มีความทุกข์ยาก หมดกำลังใจใน การทำงาน การมัดมือของกะเหรี่ยงคล้ายประเพณีผูกขวัญหรือเรียกขวัญของคนไทย อ่านเพิ่มเติม




ดอยทูเล

อากาศหนาวเย็นเป็นที่ต้องการของบุคคลหลายคน ที่โหยหายความเย็นจากธรรมชาติ จึงทำให้นักเดินทางหลายคนสนใจที่จะเดินทางขึ้นมาทางภาคเหนือ เพื่อที่ต้องการชื่นชนธรรมชาติ ภูเขา ความเป็นธรรมชาติ สำหรับผู้ที่ชอบเดินป่าขึ้นดอย ที่นั่นคือ ดอยทูเล-จอวาเล-คลุยหลวง ต.ท่าสองยาง จ.ตาก ซึ่งเปิดให้เดินสัมผัสธรรมชาติในช่วงเดือนต.ค.- ก.พ. เมื่อดอยทูเลยังไม่เป็นที่รู้จักแต่ปัจจุบันเป็นที่รู้จักสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการเดินป่า ชื่นชมธรรมชาติ อ่านเพิ่มเติม




วัดมงคลคีรีเขตร์

เดินทางผ่านเส้นทางสายนี้ช่วงหน้าหนาว สถานที่น่าสนใจและต้องมาแวะมา สักการะบูชา ขอเริ่มต้นที่ วัดมงคลคีรีเขต ริมแม่น้ำเมยเขตอำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์โดยเฉพาะครูบาสร้อย ขันติสาโร เทพเจ้าแห่งท่าสองยางบ้านตะมะวอดินแดนแห่งชาวเขา เชื่อมสองแผ่นดิน มีแม่น้ำเมยแบ่งเขตแดนเรียกสุดแดนสยามตะวันตก



สำหรับเรื่องราวความเป็นมาของครูบาสร้อยท่านเกิดในปี พ.ศ. 2472 เป็นชาวจังหวัดบุรีรัมย์ภาคอีสานและเมื่อครั้งวัยเด็กได้นำน้ำมาถวายพระธุดงค์เข้ามาบริเวณใกล้ ๆ บ้าน แล้วพระธุดงค์รูปนี้กล่าวว่า ต่อไปจะเป็นนักบวชแล้วออกธุดงค์ แล้วก็เป็นจริง ครูบาสร้อยอุปสมบทในวัย 22 ปี ณ วัดชุมพรบ้านเกิดของท่าน ได้ฉายาว่าขันติสาโร ครูบาสร้อยศึกษาพระธรรมวินัย นั่งสมาธิกรรมฐานจนเข้าถึงพระธรรม มีเมตตาจิตสูง แล้วได้เป็นเจ้าอาวาสวัดนางรอง อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ อ่านเพิ่มเติม

การปลูกข้าวที่สูง

อาชีพหลักโดยส่วนใหญ๋ในตำบลท่าสองยาง เป็นอาชีพทางเกษตรกรรม ไม่ว่าจะเป็นการปลูกข้าวไร่ ทำไร่ ทำสวน และยังมีอาชีพอื่นๆ ในการดำรงชีวิตของชุมชน ยกตัวอย่างเช่น เลี้ยงสัตว์ ค้าขาย แต่ตำบลท่าสองยางนั้น การทำนาเป็นอาชีพหลักในการดำรงชีวิตของผู้คน โดยลักษณะในพื้นส่วนใหญ๋เป็นพื้นที่สูง ติดภูเขา จะเป็นการทำนาจึงเป็นลักษณะของการทำในพื้นที่สูง


ข้าวที่สูง ข้าวบนพื้นที่สูง หรือข้าวดอยมีลักษณะการปลูก 2 แบบ คือ การปลูกแบบสภาพไร่ หรือที่เรียกว่าข้าวไร่ ปลูกตามไหล่เขา ไม่มีคันนาสำหรับเก็บกักน้ำในแปลงปลูก ส่วนมากมักเตรียมดินโดยการถางวัชพืชหรือพืชอื่นออกก่อนแล้วเตรียมดิน หลังจากนั้นจึงทำการปลูกข้าว พื้นที่ปลูกข้าวไร่ส่วนใหญ่ มักมีความลาดชันอาศัยความชื้นในการเจริญเติบโตจากน้ำฝนเพียงอย่างเดียว และอีกสภาพหนึ่งคือการปลูกในสภาพนาพื้นที่ปลูกจะอยู่ระหว่างหุบเขา มีการทำคันนาสำหรับกักเก็บน้ำ ส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะนาขั้นบันไดการเตรียมพื้นที่ปลูกข้าวบนที่สูงจะเริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม โดยเฉพาะการปลูกข้าวไร่ จะเริ่มถางกำจัดวัชพืชนำออกไปไว้ข้างแปลงหรือวางเป็นแนวขวางทางลาดชันเพื่อดักตะกอนดิน ไม่แนะนำให้เผาเศษซากพืช ถ้าในพื้นที่ที่มีหินสามารถนำไปขวางลาดชันดักตะกอนดิน และทำให้เกิดลักษณะขั้นบันไดในระยะต่อไป พื้นที่ที่มี ความลาดชันสูงไม่ควรไถเพราะจะทำให้เร่งการชะล้างหน้าดินเมื่อฝนตก การเตรียมพื้นที่จะทำ 2 ครั้ง คือ ครั้งแรกในเดือนมีนาคม ครั้งที่สองในเดือนเมษายนหรือพฤษภาคม การเตรียมพื้นที่ครั้งที่สองเป็นการเตรียมแบบประณีตเพื่อปลูกข้าว ส่วนข้าวนาที่สูงจะเริ่มเตรียมดินตกกล้าในเดือนพฤษภาคม มีการเตรียม 2 แบบ คือ เตรียมดินเพื่อตกกล้าสภาพไร่ โดยการถางวัชพืชออกแล้วสับดินให้ละเอียดก่อนหว่านเมล็ดข้าวลงไป และเตรียมดินเพื่อตกกล้าสภาพนาที่มีน้ำขัง เริ่มจากหลังที่ฝนตกมีน้ำขังในนาอยู่บ้าง อ่านเพิ่มเติม

ข้อคิดเห็นจากเครือข่าย TKP

 
Copyright © 2018 ศูนย์ข้อมูลความรู้ประชาชนจังหวัดตาก. Designed by OddThemes > Developed by mediathailand